วันนี้บ้านวุ้นเค้ก นำข้อมูลดีๆ ประโยชน์ของ "กะทิ"
ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการทำวุ้นเค้กมาฝากกันค่ะ
+ Credit +
* คัดลอกบทความบางส่วนมาจาก http://men.sanook.com/3301/ *
* รูปภาพจาก www.google.com *
ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา ประธานชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สารอาหารในกะทิมีหลายชนิด ทั้งวิตามินแร่ธาตุ และอิเล็กโทรไลท์ รวมทั้งโพแทสเซียม แคลเซียม และคลอไรด์ไขมันอิ่มตัว
ไขมันอิ่มตัวในน้ำมันมะพร้าว ถูกสร้างขึ้นจากกรดไขมันห่วงโซ่สั้นและห่วงโซ่กลางได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นพลังงานแทนการจัดเก็บเป็นไขมัน ฉะนั้น แม้ว่าไขมันอิ่มตัวจะสูง แต่มะพร้าวสามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้เพราะกรดไขมันที่มีขนาดปานกลาง ซึ่งถูกย่อยได้ง่ายและเคลื่อนย้ายได้สะดวก เมื่อบริโภคเข้าไปจะผ่านลำคอไปยังกระเพาะเข้าสู่ลำไส้แล้วเผาผลาญให้เป็นพลังงานในตับ โดยไม่ไปสะสมเป็นไขมันเหมือนกับน้ำมันไม่อิ่มตัวที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่
ดังนั้น ผู้บริโภคกะทิจึงแข็งแรงเพราะได้พลังงานทันทีที่บริโภคเข้าไป อีกทั้งยังไปกระตุ้นให้ต่อมไธรอยด์ทำงานได้ดีขึ้น ก่อให้เกิดความร้อนจากผลของอุณหภูมิ ซึ่งจะช่วยในการเผาผลาญอาหารที่บริโภคเข้าไปพร้อมกันให้เปลี่ยนเป็นพลังงานแทนที่จะไปสะสมเป็นไขมันในร่างกาย จึงเป็นที่มาว่าทำไมกะทิถึงช่วยเรื่องลดน้ำหนักได้
นอกจากนี้ ห่วงโซ่กรดไขมันกลางในกะทิ ประกอบด้วยกรดลอริค ยังมีคุณสมบัติช่วยต้านไวรัส ป้องกันแบคทีเรีย ป้องกันจุลินทรีย์ และต้านเชื้อรา กะทิสามารถช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็เป็นทางเลือกสำหรับผู้แพ้แลคโตสหรือแพ้นมจากสัตว์อีกด้วย เพราะกะทิสามารถใช้ประกอบอาหารคาวหวานได้หลากหลายเมนู แต่การรับประทานที่มากเกินพอดีก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายได้เช่นกัน ส่วนมากในอาหารประเภทของหวานที่มีกะทิผสมจะประกอบด้วยน้ำตาลจำนวนมาก อย่างไรก็ตามการบริโภคที่มากเกินพอดีก็อาจจะส่งผลร้ายต่อร่างกายได้เช่นกัน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฉะนั้นควรรับบริโภคแต่พอเหมาะเพื่อสุขภาพที่ดี
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ประโยชน์เยอะแยะมากมาย
ในสวนของบ้านวุ้นเค้ก ใช้กะทิเป็นวัตถุดิบหลัก และมีน้ำเปล่าสะอาด เป็นส่วนประกอบร่วมด้วย
ในอัตราส่วน กะทิ : น้ำเปล่า อยู่ที่ 30 : 70
ดังนั้น การรับประทานวุ้นเค้กของเรา คงไม่น่ากลัวที่จะได้รับสารอาหาร
และกรดไขมันบางชนิดมากเกินไปหรอกนะคะ ^ ^
ติดตามผลงานวุ้นเค้กสวยๆจากเรา ได้ทั้งทางแฟนเพจและเว็บไซต์ นะคะ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น